เรื่องที่ 2
นิราฟได้รับบทเรียนเกี่ยวกับการหลอกลวง
นิราฟ: วันนี้ฉันได้รางวัลแจ็คพ็อตที่โรงเรียนมา
คือฉันได้รับใบข้อสอบเลขคืนมาห้าใบ และทุกใบได้คะแนนเต็มร้อยหมดเลย
แถมยังมีสติกเกอร์พิเศษรูปรอยยิ้มติดมาทุกใบซะด้วย
บินา: ดีใจด้วยนะ ฉันภูมิใจในตัวเธอมากเลย
ฉันอยากจะทำอย่างเธอได้บ้างจัง
แต่เธอเพิ่งมีปัญหาเรื่องบวกเลขไม่เป็นเมื่ออาทิตย์ก่อนนี้เองไม่ใช่เหรอ
นิราฟ: ถูกของเธอ ฉันยังบวกเลขไม่เป็นซักทีเลย
แต่พอฉันเอาแว่นกันแดดอันนี้มาใส่ปุ๊บ ฉันก็ได้คะแนนยอดเยี่ยมทันที
บินา: เธอหัดทำเลขบ่อยมั้ย
นิราฟ: ไม่หรอก ไม่บ่อยเท่าไหร่
บินา: ฉันอยากทำอะไรพิเศษให้เธอซักอย่าง
เพราะฉันภูมิใจในตัวเธอมาก
ฉันรู้ว่าเธอต้องเรียนหนักทีเดียวกว่าจะได้คะแนนเต็มร้อยตั้งห้าหนนั่นน่ะ
นิราฟ: ฉันไม่ต้องการให้เธอทำอะไรอย่างนั้นนะ บินา
ก็แค่เรื่องจิ๊บจ๊อยเท่านั้น
บินา: เธอสมควรจะได้รางวัลพิเศษ
ฉันอยากให้นาฬิกามิกกี้เมาส์ของฉันที่เล่นเพลงเพราะๆได้สองเพลงกับเธอ
นิราฟ: ฉันยอมรับนาฬิกานั่นไม่ได้หรอกนะ บินา
ฉันไม่สมควรได้รับเลยจริงๆ
บินา: นิราฟ ก็เธอมานะบากบั่นเล่าเรียนมาตั้งเยอะ
เธอจึงสมควรได้รับมัน ใครที่ทำได้อย่างนี้ก็ถือว่าเยี่ยมมากแล้ว
นิราฟ: ไม่หรอก ไม่ใช่เลย
บินา: ใช่สิ แต่ขอถามหน่อยเถอะนะ นิราฟ 8 + 8 ได้เท่าไหร่
นิราฟ: ขอคิดดูหน่อยก่อน อ้อ ใช่แล้ว ได้ 15
บินา: ผิด แต่ลองดูใหม่อีกครั้งนะ 6 + 6 ได้เท่าไหร่
นิราฟ: เอ้อ … ฉันว่าได้ 14
บินา: เธอคงจะประหม่าไปหน่อยมั้ง เอาอย่างนี้ 2 + 1 ได้เท่าไหร่
นิราฟ: 4 มั้ง
บินา: 4 เหรอ เธอบวกเลขไม่เป็นเอาเลยแหละ
นิราฟ: แล้วเธอคิดว่าฉันทำเป็นงั้นเหรอ
บินา:
ถ้าอย่างนั้นเธอทำข้อสอบได้เต็มร้อยตั้งห้าครั้งได้ยังไงล่ะ
นิราฟ: ก็คำตอบมันโผล่ขึ้นมาต่อหน้าฉันเองนี่
มันเหมือนกับมาจากนอกโลกยังไงยังงั้นเลย
บินา:
พนันได้เลยว่าแว่นกันแดดของเธอต้องมีส่วนในการที่คำตอบมันโผล่ขึ้นมาต่อหน้าเธองั้นด้วยใช่มั้ยล่ะ
นิราฟ: แล้วเธอเชื่อฉันหรือเปล่า
บินา: ไม่หรอก เธอหลอกรึเปล่า มีใครช่วยเธอรึเปล่า
นิราฟ: ฉันอายจังเลย
บินา: การหลอกลวงเป็นสิ่งที่ผิด
ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเธอหลอกลวงไปทำไม
นิราฟ: ฉันแค่ยืมคำตอบมาจากพวกเพื่อนๆเท่านั้น
บินา: การโกงไม่ใช่การยืมคำตอบมาจากเพื่อน
เธอเอาคำตอบพวกนั้นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต อย่างนี้เขาเรียกว่าขโมย
นิราฟ: ก็มันไม่มีทางอื่นที่ง่ายกว่านี้นี่นา
ก็เพราะอย่างนี้ฉันถึงต้องโกงอยู่เรื่อยไป เธอเข้าใจมั้ย
บินา: ครูคิดว่าเธอคิดเลขเป็นทั้งๆที่ความจริงเธอคิดไม่เป็น
แล้วคราวนี้เธอจะทำยังไงต่อไป
นิราฟ: ก็โกงมันต่อไปแหละ ฉันคงต้องทำยังงั้น
บินา: ครูกับพวกเพื่อนๆของเธอคงจะไม่มีทางไว้ใจเธอได้แน่
ถ้าเธอโกงที่โรงเรียนได้ เธอก็จะเริ่มต้นโกงที่อื่นๆได้
แล้วก็จะลามออกไปถึงเรื่องอื่นๆที่เธอทำ สุดท้ายเธอก็จะกลายเป็นจอมหลอกลวง
นิราฟ: ไม่มีใครเห็นสายตาของฉันได้เวลาที่ฉันใส่แว่นกันแดดเอาไว้
ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะรู้ได้ว่าฉันหลอก ยกเว้นเธอ
บินา: นั่นไม่จริงหรอก เธอลืมใครไปบางคน
นิราฟ: ใครเหรอ
บินา: เธอลืมอรหันต์ภควันไปแล้วเหรอ
อรหันต์ภควันเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำ
เธอกำลังเอาสิ่งที่ไม่ใช่ของเธอไปใช้ประโยชน์
เธอจำไม่ได้เหรอว่าเราเคยเรียนมาว่าเราจะได้บาปเมื่อเราทำเรื่องแบบนี้
นิราฟ: โอ๊ย ตายแล้ว! ฉันลืมเรื่องบาปบุญคุณโทษไปสนิทเลย
ฉันไม่อยากหลอกลวงใครอีกแล้ว ฉันไม่อยากทำอะไรที่เป็นบาปอีกต่อไปแล้ว
อาจเป็นเพราะบาปกรรมที่ฉันเคยทำมาแต่ปางก่อน ฉันถึงได้หัวทึบอย่างนี้
บินา: ฉันดีใจที่เธอตระหนักถึงเรื่องนี้ได้เอง
เธอเอาสติกเกอร์รูปรอยยิ้มกลับไปคืนครูเสียเถอะ
นิราฟ: ฉันต้องทำอย่างนั้นด้วยเหรอ
บินา: ต้องซิ เธอต้องซื่อสัตย์กับทุกๆคน รวมทั้งกับตัวเธอเองด้วย
นิราฟ: ฉันจะไปขอให้ครูช่วยสอนวิชาเลขให้
บินา: แล้วก็อย่าสวมแว่นงี่เง่านั่นไปหาครูล่ะ
นิราฟ:
ฉันว่ามันก็ไม่ยุติธรรมหรอกนะที่ได้คำตอบที่ไม่ใช่ของตัวเอง และนอกจากนั้นแล้ว
ฉันยังต้องทำคะแนนที่ดีให้ได้ด้วยตัวของฉันเองด้วย
แล้วนี่เธอยังจะให้นาฬิกามิกกี้เม้าส์ที่ร้องเพลงได้นั่นกับฉันอยู่อีกหรือเปล่า
บินา: ไม่หรอก แต่ฉันมีของขวัญอีกอย่างหนึ่งให้เธอ
นิราฟ: อะไรเหรอ
บินา: แบบคิดเลขเร็วที่จะช่วยให้เธอเรียนวิชาบวกเลขได้ไงล่ะ
กลับบ้านกันได้แล้ว